วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เบื้องหลังความสำเร็จ จากบทเพลงหนึ่งเดียวคนนี้

เบื้องหลังความสำเร็จ จากบทเพลงหนึ่งเดียวคนนี้

      พี่เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนทั้งหมด 5 คน มีนิสัยเหมือนเด็กผู้ชาย และถูกตามใจ เหมือนลูกคนเล็กๆ ทั่วไป ครอบครัวก็อบอุ่นกันมาด้วยดี จนพี่ไปเรียนเมืองนอกปีแรก ป๋ากับแม่ ก็แยกทางกัน เมื่อเรียนจบกลับมาแล้ว พี่ก็ได้ทำงาน อย่างที่เรียนมา แต่หากินโดยร้องเพลง ที่โรงแรมซึ่งก็เคยร้องอยู่ ก่อนไปเรียนเมืองนอก ตอนนั้นเริ่มมีชีวิต เป็นอิสระเต็มที่ เที่ยวไปทั้งกินและเที่ยว เจอะเจอคนมากหน้าหลายตา ภายหลัง เมื่อเริ่มเข้าวงการ ก็ไปเดินแบบ ถ่ายแบบ ถ่ายละคร จนในที่สุด ชีวิตก็พลิก หน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อมีคนมาชวนทำอัลบั้มเพลง "หนึ่งเดียวคนนี้" และกลายเป็นความสำเร็จอย่างไม่เชื่อ ทำให้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เด็กวัยรุ่นบางคน หลงใหลเลียนแบบทรงผม การแต่งตัว ตลอดไปถึง ชีวิตในบางอย่าง เช่น การกินเหล้า สูบบุหรี่ มีเพื่อนผู้หญิง ในเชิงชู้สาว เป็นต้น ใจก็ฟ้องและรู้ตัวว่าผิด ทั้งเป็นแบบอย่างไม่ดี แต่แก้ต่าง ให้กับตัวเองว่า มันชีวิตของฉัน คนอื่นก็ทำกัน ไม่มีใครมีสิทธิมาก้าวก่าย แล้วก็ทำต่อไปPook
      เมื่ออัลบั้มชุดต่อ ๆ มาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พี่ก็เริ่มวิตก และในขณะเดียวกัน พี่เริ่มมีปัญหา ทางด้านอารมณ์ และจิตใจมาก มันแปรปรวน และน่ากลัว เนื่องจากฤทธิ์ ของแอลกอฮอล์ ที่สะสมในร่างกาย และความสัมพันธ์ ที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดปัญหาวุ่นวาย มันเริ่มกัดกร่อน ความคิดจิตใจ จนกลายเป็นคน ฉุนเฉียวง่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ สมองเบลอไปหมด พี่เริ่มคิดว่า จะมีใครหรือ อะไรจะช่วยพี่ ให้พ้นสภาพนครอย่างนี้สักที ในขณะที่คิดว่า ชีวิตกำลังดิ่งลงเหวนั้น วันหนึ่ง เพื่อนรุ่นพี่ ที่ไม่ได้พบกันมานานพอสมควร ก็มาเยี่ยม บอกว่าเป็นคริสเตียนแล้ว และมีข่าวดีมาบอกพี่ เขาเล่าเรื่องพระเยซูให้พี่ฟัง และสิ่งที่พระเยซูได้ทำ ซึ่งมีผลทำให้เขา ได้รับการยกโทษ จากบาปกรรมต่างๆ ทั้งทำให้ พบความหมายในชีวิต และสามารถ สู้ต่อไปได้อย่างมั่นใจ และมีความสุข เขาเล่าถึง การเปลี่ยนแปลงในชีวิต หลายด้านที่ตั้งใจ แต่ไม่เคยทำได้ แต่กำลังเกิดขึ้น อย่างมหัศจรรย์ เมื่อเขาเชื่อวางใจในพระเยซู
      "พี่ฟังแล้ว รู้สึกยินดีไปกับเขาด้วย แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพี่เล่า" เขาบอกว่า พระเยซูรักปุ๊ และทำเพื่อปุ๊เหมือนกัน คือ การตายบนไม้กางเขน เพื่อรับโทษความผิดบาปแทนปุ๊แล้ว และพระองค์ ปรารถนาจะเข้ามา มีส่วนในชีวิต เพื่อนำทางให้เดินไปอย่างถูกต้อง เหมือนให้ชีวิตใหม่ ที่มีความหวังแก่ปุ๊ พี่ฟังแล้ว เหมือนเป็นข่าวดีจริงๆ เพราะลึกๆ ในใจ พี่ต้องการ คนที่ให้โอกาสพี่กลับใจใหม่ ให้ความหวัง ให้กำลังแก่พี่ ในชีวิตที่วุ่นวายสับสนนี้ ถ้าพระเยซูทำได้ พี่ก็ยอมจริงๆ เพื่อนคนนี้ ได้บอกว่า เพียงแต่ปุ๊ยอมรับความจริง ว่าเป็นคนผิดบาป และเชื่อด้วยความจริงใจ ว่า พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่มาตายแทนบาปของปุ๊บนไม้กางเขน และเต็มใจ ที่จะเชิญพระเยซู เข้ามาในชีวิต และเชื่อฟังตลอดไป เท่านี้เองที่ปุ๊ต้องทำ พี่ได้ตัดสินใจจะทำอย่างนั้น
      ในคืนนั้น เมื่อเพื่อนกลับไปแล้ว และเมื่ออยู่คนเดียวในห้องนอน พี่ตัดสินใจแน่วแน่ อธิษฐานกับพระเยซู ทั้งๆ ที่อธิษฐานยังไม่เป็น แต่ใจพี่ก็ร่ำร้อง เรียกหาพระเยซูให้ช่วย "ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าจริง ปุ๊ยอมทุกอย่าง" พี่ไม่รู้เวลาผ่านไปแค่ไหน ก่อนที่จะรู้สึกว่า มีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน คือ ความอบอุ่น ที่เข้ามาในใจ อย่างบอกไม่ถูก มีความสุขใจ เกิดขึ้นอย่างประหลาด มากเสียจน พี่ร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว รู้เพียงว่า เป็นการร้องไห้ที่มีความสุขมาก ความหนักอกหนักใจ ที่อัดอั้นมาเป็นเดือนๆ หายไปไหนหมดไม่รู้ ตอนนั้น แม้ยังไม่ค่อยเข้าใจ สิ่งที่เกิดขึ้น แต่พี่มั่นใจ ในนาทีนั้นเลยว่า พี่ได้พบแล้ว พบผู้ที่จะช่วยพี่ได้แน่นอน

พระคัมภีร์อาหารทิพย์ ของ อัญชลี จงคดีกิจ ร๊อกเกอร์สาว
สวัสดีค่ะคุณปุ๊ อยากทราบว่า ได้อ่านพระคัมภีร์มานานขนาดไหน
และช่วยบอกถึงความรู้สึก ต่อพระคัมภีร์ ว่าอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

ปุ๊ --- "เริ่มอ่านพระคัมภีร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1990 คือตั้งแต่เชื่อพระเจ้า อ่านแล้วรู้สึก พระวจนะของพระเจ้า เป็นเหมือนอาหารทิพย์ เมื่อได้กินแล้วรู้สึกอร่อย อยากอ่านเรื่อยๆ เป็นเหมือนจดหมายรัก ของพระองค์ มาถึงเราทุกคน อ่านแล้วชื่นใจ ให้กำลังใจ มีข้อเตือนสติ ยิ่งถ้าเราอ่านแล้ว เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม พระวจนะของพระองค์ จะทำให้ชีวิตเรา เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น"
Pook
อยากบอกอะไรแก่ผู้อ่านบ้างไหมคะ?
ปุ๊ --- "อยากบอกว่าขอให้อ่านพระคำของพระเจ้าให้มากๆ และท่องให้ได้เยอะๆ เพราะจะทำให้เราจำได้ จะทำให้เกิดประโยชน์มาก ขออย่าให้เพียงท่องแต่ปาก แต่ต้องปฏิบัติตามด้วย รวมทั้ง ต้องมีสามัคคีธรรม กับพี่น้องในคริสตจักร ทุกอาทิตย์ด้วย จะทำให้เราเติบโตขึ้น ในพระเจ้าอย่างมาก"
วันนี้คุณปุ๊มาซื้อพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาด ได้เห็นพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาดนี้ จากที่ไหน และ รู้สึกอย่างไรบ้าง?
ปุ๊ --- "ได้เห็นที่ คริสตจักรมหาพร ที่เป็นสมาชิกอยู่ เห็นแล้วชอบมาก เพราะขนาดกระทัดรัดดี บางลงเยอะ รูปเล่มน่าใช้มาก ทำให้สะดวก ในการพกพาไปไหนต่อไหนได้ รู้สึกดีใจมาก ที่มีอายุยืน จนถึงได้เห็นพระคัมภีร์ ฉบับย่อขนาดเล่มนี้ ที่โบสถ์ได้ขอซื้อพระคัมภีร์ ขอบทอง จากภรรยา ของท่านอาจารย์ธีระ เพื่อให้กับ คุณหัทยา วงศ์กระจ่าง (เกตุสังข์) ในวันเกิดคุณเปิ้ลเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาด้วย วันนี้ จึงรีบมาซื้ออีก เพราะกลัวจะหมด"
ชีวิตในการรับใช้พระเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?
ปุ๊ --- "ตอนนี้ทำรายการ "คำตอบชีวิต" อยู่ ซึ่งออกอากาศ ทางช่อง 9 ทุกวันอาทิตย์ เว้นอาทิตย์ ตอนตีห้าครึ่ง ซึ่งคาดว่า ในช่วงคริสตมาส จะจัดเป็นรายการพิเศษ โดยซื้อเวลา จากทางช่อง 9 อสมท. ในคืนวันพุธที่ 23 ธันวาคม เวลา 5 ทุ่ม 15 ถึงเที่ยงคืน 15 จะเชิญดารา ที่เป็นคริสเตียน หลายท่าน เช่น คุณนก (นางสาวไทย) คุณโจ คุณเจ คุณแอน (นันทนา บุญหลง) มาให้สัมภาษณ์ เชื่อว่า จะมีคนสนใจเยอะ ฝากพี่น้อง อธิษฐานเผื่อด้วย และจะยังคง ทำงานด้านสื่อมวลชนต่อไป"
อยากฝากพระวจนะของพระเจ้าตอนไหนแก่คริสตชนทั่วไปบ้าง?
ปุ๊ --- "อยากหนุนใจให้อ่านพระวจนะของพระเจ้ามากๆ เพราะอ่านแล้ว รู้สึกอิ่มใจ จิตวิญญาณสดชื่น ร่างกายหายป่วยไปด้วย ขอลงมืออ่านเลย อ่านอย่างมีวินัย ถ้าไม่มีเวลา ไม่อยากอ่าน ก็ให้อ่านทันที ยิ่งอ่านพระวจนะ ยิ่งได้ใกล้พระเจ้ามากขึ้น ขอฝากพระวจนะว่า..."
"โอ เยาวชน จงเปรมปรีดิ์ในปฐมวัยของเจ้า และให้จิตใจของเจ้า กระทำตัวเจ้า ให้ร่าเริง ในปฐมวัยของเจ้า
เจ้าจงดำเนิน ในทางแห่งใจของเจ้า และตามสายตาของเจ้า แต่จงทราบว่า เนื่องด้วย กิจการงานทั้งปวงเหล่านี้
พระเจ้าจะทรงนำเจ้า เข้ามาถึงการพิพากษา จงตัดความเศร้าหมอง เสียจากใจของเจ้า และจงสลัดความเจ็บปวด
เสียจากเนื้อหนังของเจ้า เพราะความหนุ่มสาว และวัยฉกรรจ์นั้น เป็นอนิจจัง
" [ปัญญาจารย์ 11:9-10]
"ในปฐมวัยของเจ้า เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้า ก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึง
และปีเดือน ใกล้เข้ามา เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า 'ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเดือนนั้นเลย' ...
จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติ ของพระองค์ เพราะนี่แหละ เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง
"
[ปัญญาจารย์ 12:1,13]
      อยากเตือนสติเยาวชนว่า บางครั้ง เรามักจะคิดว่าตอนเป็นวัยรุ่น ยังสนุกสนานไปได้อีกนาน สนุกไปเรื่อยๆ เพราะวัยรุ่น เป็นวัยที่ตื่นเต้น กับสิ่งเร้าใจภายนอกมากมาย หลงไปในทางที่ผิดง่าย ฉะนั้น จงระมัดระวัง การดำเนินชีวิตให้ดี เราจะรู้สึกเสียดาย เวลาที่ผ่านมา ขอให้ใกล้ชิด พระวจนะของพระเจ้า ใกล้ชิดพระเจ้าให้มาก เพื่อชีวิตเรา จะอยู่ในวิถีทาง ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระธรรมตอนนี้มีความหมายมาก เพราะกำลังของเรา อยู่ในพระเจ้า พระเจ้าเป็นความรัก พระองค์ทรงรักเรา ทรงประทานกำลังให้เราสู้ต่อไป
"ข้าแต่พระเจ้า พระกำลังของข้าพระองค์ ข้าพระองค์รักพระองค์"" [สดุดี 18:1]

อยากให้พี่ปุ๊เล่าถึงตัวเองให้ฟัง
ปุ๊ --- "เป็นลูกคนสุดท้อง เกเรมาก จบผดุงดรุณี แล้วต่อเตรียมอุดมฯ ช่วงนั้นขี้เกียจเรียน และไม่ค่อยสบาย เลยเอ็นฯติด แค่สำรอง ก็ไปเรียนคณะสังคมฯ มหา'ลัยเกษตรอยู่ปีนึง ก็ออก ถ้าไม่ออกคงถูกไล่ออก แล้วไปเข้า ABAC เรียนเก่งมาก เพราะตั้งใจ และรู้ว่าเรียนช้าไป 1 ปี ไปๆ มาๆ ก็ดันได้ทุนไปนอก จบตรีและโทที่นั่น ด้านการเงิน และการธนาคาร ระหว่างนั้น สนใจดนตรี เพราะพี่ชาย เป็นนักดนตรี ไม่ใช่โดยอาชีพ แต่ตั้งวงขึ้น เค้าชวนปุ๊เล่นเบส เราตระเวนเล่น ตามงานมหา'ลัย ฟรีบ้าง ได้เงินบ้าง ก็เลี้ยงกัน ชีวิตคลุกคลี อยู่กับกลุ่มนี้ ไม่ค่อยตั้งใจเรียน ต่อมา ได้ร้องเพลง ที่โรงแรมมณเฑียร สมัยนั้น ถ้าใครได้ร้อง ในโรงแรม ก็เรียกว่าอาชีพแล้ว ยังงงเลย เพราะยังเด็กมาก แต่ภูมิใจ เล่นอยู่ไม่กี่เดือนก็ไปนอก แต่ช่วงฤดูร้อน กลับมาเล่น ที่มณเฑียรทุกปี หาค่าเครื่องบินกลับไป สนุกดี เมื่อจบมา รู้สึกเรียนหนัก อยากพักผ่อน เลยมาร้องเพลงต่อ ยังไม่ทำงาน คุณพ่อก็สนับสนุน เพราะได้เงินเยอะดี จากนั้นไปทำรายการทีวี กับเพื่อนพักหนึ่ง ก็เลิกอีก ช่วงนั้น ได้รู้จักคุณจิตนาถ วัชรเสถียร ที่แต่งเพลงให้ เลยทำเทป แต่เดิมไม่ค่อยได้ร้อง เพลงภาษาไทยล้วน ก็ไม่รู้ว่าฮิตได้ไง มีคนวิจารณ์ว่า ร้องแหกปาก เพราะเมื่อก่อน ไม่ค่อยมีใครร้องแบบนี้ ดีใจที่คนเขารับกันได้"
เคยรู้สึกเป็นหนึ่งเหมือนเพลงที่ร้องมั้ย?
ปุ๊ --- "ไม่เคยคิดว่าเพลงนี้จะดัง แต่เขาบอกให้เอาเป็นชื่ออัลบั้ม ให้เข้ากับเครื่องหมายโพดำ ที่จริง ชอบเพลงอื่นมากกว่า เช่น ฉันเหงา เพราะคุณจิตนาถเขียนเพลงนี้ จากการประมวลชีวิตของปุ๊เอง ก็ไม่คิดว่า จะมีความหมายสำหรับคนอื่น พอฮิตขึ้นมา ก็กลายเป็นเพลงประจำตัว"
ทำไมช่วงหนึ่งหายเงียบไป?
Pookปุ๊ --- "ไม่ได้หายไปไหน ยังทำอัลบั้มอยู่ ทำชุดแรกวงการยังไม่ขนาดนี้ เป็นอะไรที่พอสู้กันได้ ต่อมางานเพลงเริ่มบูม ทีมเราเริ่มเกร็ง แนวเพลงเริ่มตัน พอชุด 2 เริ่มเบื่อแต่ยังทิ้งไม่ได้ พอชุด 3 & 4 เริ่มฝืด เมื่อก่อน ขึ้นเวทีด้วยใจรัก ตอนนี้ เริ่มรู้สึกว่า เรามาทำอะไรอยู่เนี่ย ทำเพื่อให้คนดูประทับใจเท่านั้นหรือ ก็เบื่อแต่คิดว่าน่าจะทำต่อไป มาถึงผลงานสุดท้าย ไปไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่าวงการนี้ เข้ากับตัวเองไม่ได้ ควรจะเลิก แต่ก่อนเลิก คิดนานนะ นานมาก"
ทำไมถึงมาเชื่อพระเจ้า?
ปุ๊ --- "สิ่งที่เรามีอยู่ ไม่ว่าเงินทอง ชื่อเสียง มันเป็นของภายนอก ไม่ช่วยด้านจิตใจ เวลาทุกข์ไม่ว่าเรื่องไหน ปุ๊หาทางออก โดยอ่านหนังสือธรรมะ ง่ายๆ นะ ปกติเป็นคน เคร่งเรื่องบาปกรรม เตือนใครๆ บ่อยๆ ว่า อย่าทำนะ เห็นแม่ตียุง ตีแมลงวัน ก็ห้ามแล้วเชื่อไหมล่ะ เพื่อนๆ มักเอาหนังสือ ตายแล้วไปไหนมาให้ ปุ๊อ่านหมดเลย ปุ๊คิดว่า เราก็ทำดี แต่ทำไมความทุกข์ ที่คนอื่นนำมาให้ ทำไมไม่เห็นผลทันตา หรือต้องรอชาติหน้า เคยคิดว่า นั่งสมาธิทำใจ คงช่วยได้ ก็ไปหาคนที่นั่งสมาธิถูกทาง ให้มาสอนเรา แต่ก็พบว่า ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ก็ทุกข์ใจได้เสมอ แม้มีเพื่อนเยอะ แต่ไม่สามารถพูดให้ใครฟังได้ มันอยู่ส่วนลึก จนเพื่อนพูดเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ไม่เคยได้ยินว่า พระเจ้าช่วยได้ พระเจ้าเป็นสันติสุข รู้แต่ว่าพระเจ้าสร้างโลก แต่ไม่คิดว่าพระเจ้า ทำได้มากกว่านี้ ก็ฟังแต่ไม่เชื่อ
      มาเชื่อจริงๆ เมื่อ 5 ม.ค. 1990 คุยตั้งแต่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ประทับใจในสิ่งที่เค้าพูด คิดว่าถ้าเรามีทุกข์ พระเจ้าคงขจัดปัดเป่าได้ ตอนนั้น ตื้นตันจริงๆ เหมือนได้ข่าวดี แต่ยังไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง เพื่อนก็ชวนให้รับเชื่อ ใจไม่ดีเลย เพราะไม่ทันคิด ตายแล้ว! ไวเกินไป จะบอกว่า ไม่รับก็เกรงใจ เอาก็เอา ตอนเค้าอธิษฐาน รู้สึกแปลกๆ น้ำตาคลอๆ แต่ยังกลัวๆ เพราะใจไม่พร้อม ก่อนเค้ากลับ ก็ถามเค้าว่า ถ้าจะอธิษฐานต่อพระเจ้า ต้องทำยังไง เค้าบอกว่าพูดอย่างจริงใจ เหมือนพูดกับพ่อ คืนนั้น ตั้งใจอย่างดี อาบน้ำเสร็จ ก็ล้มตัวลงอธิษฐาน ท่ามกลาง ความเงียบสงบ มีสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ปุ๊รู้เลยว่าพระเจ้ามีจริง พระเจ้าคุยกับปุ๊ พระเจ้าอยู่ใกล้ๆ เอง ร้องไห้เสียไม่มี เชื่อมั้ย? ร้องเพราะคิดว่า ที่ฉันล้มลุกคลุกคลาน กับชีวิตมา จนเป็นอย่างงี้ ฉันไม่เคยนึกถึง พระเจ้าของฉัน ซึ่งพระเจ้าอยู่ตรงนี้เอง ฉันดำเนินชีวิตมาได้ยังไง โดยไม่มีพระเจ้า (ทุบโต๊ะโป๊กๆๆ) พระเจ้าปล่อยให้ฉัน มีชีวิตอย่างงี้ได้ยังไงกัน ร้องไห้ใหญ่ พร้อมกับต่อว่าพระเจ้าในใจ แต่มันเป็นจริง วินาทีนั้น สันติสุข เกิดขึ้นท่วมท้น ทุกข์มันหดหายไปไหนหมด ก็ไม่รู้ คืนนั้นปุ๊หลับสนิท แบบฝันดี ตื่นเช้า ตัวลอยออกจากห้อง อยากร้องเพลง แต่ร้องไม่เป็นซักเพลง
      เช้านั้นรีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเชื่อแล้ว รู่จักแล้วเมื่อคืนนี้เอง อีกสองวันไปหาพี่อ้วน (ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์ พี่สาวที่เป็นหมอฟัน) ใส่แว่นดำไปเลย แกล้งถาม พี่อ้วนดีขึ้นมั้ย เมื่อเชื่อพระเจ้า พี่อ้วนว่าดี ปุ๊บอกว่า รู้มั้ย ปุ๊เป็นคริสเตียนแล้ว พี่อ้วนทำหน้าแบบว่า หน้าอย่างเธอนะรึ อย่ามาหลอกฉันเลย เพราะเราเล่นกัน จนไม่รู้ว่าอะไรจริง ปุ๊พูดไปน้ำตาคลอไป เธอถึงได้เชื่อว่าจริง เค้าดีใจที่สุด เพราะอธิษฐาน เผื่อครอบครัวมา 15 ปี แล้ว เค้าอดทน จนทุกอย่างเป็นจริง ได้เทปเพลงคริสเตียนจากพี่อ้วน พอถึงบ้าน ก็เปิดลั่นบ้าน ร้องทั้งวัน จนพ่อวิตกมาก พ่อบอกว่า ตอนนั้น พอได้ยินปุ๊ร้องเพลง พ่อปิดประตูปัง! เอามืออุดหู คิดว่าลูกบ้าไปแล้ว พ่อบอกใครๆ ว่า โอ๊ย! ปล่อยปุ๊ไปซักพัก มันลมเพลมพัด เดี๋ยวมันก็เลิก แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อคิด จนพ่อมาเป็นคริสเตียนอีกคน
"
ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต
ปุ๊ --- "คนอื่นอาจไม่เห็นถึงความแตกต่าง แต่ตัวเรารู้ ที่ชัดที่สุด คือจิตใจเปลี่ยนไป สิ่งแรกคือ สันติสุขที่เกิดขึ้น ความรักจากพระเจ้า ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ชำระใจปุ๊ให้เป็นคนใหม่ ภายนอก อาจเห็นไม่ชัด เพราะยังต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลง แต่พระเจ้าเปลี่ยนเรา ได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งแต่ก่อน ไม่คิดเช่นนั้น ปุ๊อยากบอกทุกคนว่า ความสุขที่แท้จริง คือการได้รู้จักกับพระเจ้า การที่ได้รู้ว่า มีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้า ได้รู้จักพระคุณพระองค์ ทำให้รู้ว่า ในชีวิตนี้ เราไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นี่คือที่สุดของเรา ทั้งรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย"
สุดท้ายนี้อยากจะฝากอะไรกับเพื่อนๆ
ปุ๊ --- "พี่ขอฝากความรัก ในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า มาสู่น้องๆ ทุกคน พี่ไม่มีคำพูดใดๆ ที่พอจะมีคุณค่ามาฝาก นอกจากใจ ที่ปรารถนาอย่างยิ่ง ที่อยากให้น้อง ที่ยังไม่รู้จักพระเยซูคริสต์ ได้รู้จักพระองค์ และรับพระองค์ ให้เป็นพระผู้ช่วยของน้อง ในชีวิต ที่กำลังจะดำเนินไปข้างหน้า ชีวิตวัยรุ่น เป็นชีวิตที่กำลังมีการท้าทาย อย่างมากมาย เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต พี่จึงอยากแนะนำ ให้พวกเรา มีผู้ช่วยในชีวิต ซึ่งไม่ใช่ธรรมดา แต่เป็น ผู้ช่วยที่ดีเลิศ ที่จะนำเราไ ปสู่การเติบใหญ่ ได้เต็มที่ ไปสู่ความหวังในอนาคต และไปสู่เป้าหมายในชีวิต อย่างแท้จริง ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้า อำนวยพร ชีวิตของน้องทุกๆ คน และทรงสถิตย์ กับทุกคนที่เชื่อ เพื่อเป็นความหวัง เป็นพลัง และเป็นความรอดของทุกชีวิต"
จากหนังสือ "Real Life Real Connections", Campus Crusade for Christ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น